สำหรับนักลงทุนฟอเร็กซ์แล้วการประชุมและแถลงการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เมืองแจ็กสัน โฮลโดยมีนายเจอโรม พาวเวลล์ประธานธนาคารกลางเป็นประธานการประชุมคือเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญและเสี่ยงที่สุดในสัปดาห์นี้แม้ว่ากราฟผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯจะสามารถปรับตัวขึ้นมาได้บ้างแล้วแต่นักลงทุนบางส่วนยังเลือกที่จะขายดอลลาร์ออกไปก่อนที่จะมีการประชุมส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนมูลค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ อย่างปอนด์ นิวซีแลนด์และออสเตรเลียดอลลาร์ กราฟUSD/JPYสามารถวิ่งขึ้นไปยืนเหนือ 106 ได้หลังจากรายงานตัวเลขยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนออกมามากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ สำนักข่าว CNBC ถึงกับให้นิยามแถลงการณ์ครั้งนี้ว่าอาจส่งผลกระทบต่อดอลลาร์มากที่สุดเลยก็เป็นได้

3 หัวข้อต่อไปนี้คือสิ่งที่ตลาดหวังจะได้เห็นจากแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ที่เมืองแจ็กสัน โฮล

1. ประธานเฟดจะเป็นผู้ยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อจากนี้ยังจำเป็นต้องพึ่งพามาตรการเยียวยาอีกหรือไม่

แม้ว่าตัวเลขยอดขายที่อยู่อาศัยใหม่และคำสั่งซื้อสินค้าคงทนจะเพิ่มขึ้นแต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในแดนลบ ยังมีประชากรชาวอเมริกันอีกหลายล้านคนที่ยังตกงานและไม่สามารถฟื้นธุรกิจที่โดนผลกระทบจากโควิดให้กลับคืนชีพมาได้ ถึงเราจะเห็นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในตอนนี้ฟื้นตัวกลับมาได้ดีกว่าช่วงเดือนมีนาคมแล้วแต่กว่าจะให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับขึ้นถึงช่วงก่อนโควิดได้อีกครั้งอย่างเร็วที่สุดอาจจะต้องรอไปจนถึงปี 2022 ดังนั้นการประชุมครั้งนี้นักลงทุนไม่ต้องคาดหวังกับการประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเลยเพราะหากเฟดยังต้องการเสริมสภาพคล่องในเศรษฐกิจต่อไป ไม่มีทางที่เฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างแน่นอน

2. เชื่อว่าพาวเวลล์จะยังเป็นห่วงภาพรวมทางเศรษฐกิจ

หากมองออกมายังภาพกว้างๆ จริงๆ ตั้งแต่โควิดเข้ามายังดินแดนสหรัฐฯ จนถึงปัจจุบันจะเห็นว่าโดยรวมแล้วเศรษฐกิจของประเทศยังชะลอตัว แม้ว่าเราจะได้เห็นตัวเลขทางเศรษฐกิจกลับมาอย่างมีนัยสำคัญในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนแต่จากข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวเริ่มชะลอตัวลงอีกแล้ว ถึงก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ใช้คำสั่งพิเศษอนุญาตให้ยืดเวลาการมอบเงินช่วยเหลือพิเศษแก่ผู้ตกงานแต่จนถึงตอนนี้มีเพียงรัฐแอริโซนารัฐเดียวเท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้ในขณะที่รัฐอื่นๆ บอกว่าอาจต้องใช้เวลาอีก 3-8 สัปดาห์กว่าจะปรับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้เข้าที่แล้วจึงจะเริ่มสามารถแจกจ่ายเงินได้ ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่เจอโรม พาวเวลล์ได้เห็นตัวเลขยอดขายปลีกแล้วรับรองได้ว่าเขาไม่ถูกใจสิ่งนี้แน่นอน

3. สิ่งที่ตลาดพูดถึงกันมากที่สุด ณ ตอนนี้คือเป้าของอัตราเงินเฟ้อ

เพราะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ออกมาต่ำกว่าที่แบงก์ชาติตั้งเป้าไว้มากในรอบ 10 ปีหลังสุด นักลงทุนจึงหวังว่าพาวเวลล์จะพูดถึงแผนการที่จะดันอัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจริงนี่จะเป็นการกระทำที่สวนทางกับกฎของโวลเคอร์ (Volcker Rule) ซึ่งเน้นไปที่การค่อยๆ เลี้ยงตัวเลขเงินเฟ้อกับเงินฟืดเอาไว้ เฟดอาจจะพูดคำว่า“เป้าหมายอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ย”ในการประชุมครั้งนี้บ่อยๆ ซึ่งจะหมายความว่าเฟดยินดีที่จะให้ CPI ขึ้นเกินกว่า 2% เพื่อให้เงินเฟ้อขึ้นถึงเป้าโดยเฉลี่ย หากนักลงทุนได้ยินคำพูดประมาณนี้ของเฟดในการประชุมจะถือเป็นข่าวดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่จะทำให้ดอลลาร์อ่อนมูลค่าลงเพราะเท่ากับว่าเฟดจะยืดระยะเวลาการผ่อนคลายทางการเงินออกไปมากเกินกว่าที่จำเป็น

ถึงตอนนี้นิวซีแลนด์จะมีตัวเลขการนำเข้าและส่งออกลดลงแต่สกุลเงินนิวซีแลนด์ดอลลาร์ก็ยังได้รับประโยชน์จากการอ่อนมูลค่าลงของดอลลาร์อยู่ดีตอนนี้รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ยืดระยะเวลาล็อคดาวน์ออกไปจนถึงสุดสัปดาห์แต่สกุลเงินนิวซีแลนด์ดอลลาร์ยังสามารถทำผลงานได้ดีเพราะตลาดเชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐบาลนิวซีแลนด์ว่าจะสามารถจัดการปัญหาโควิด-19 รอบที่ 2 ได้อย่างรวดเร็ว นอกจา่กนิวซีแลนด์ดอลลาร์แล้วก็ยังมีสกุลเงินปอนด์และออสเตรเลียดอลลาร์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความกังวลที่มีต่อราคาน้ำมันดิบว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุเฮอริเคนลอร่าช่วยให้แคนาดาดอลลาร์เริ่มฟื้นกลับขึ้นมาได้

กลายเป็นว่าเมื่อวานนี้สกุลเงินยูโรคือผู้ที่ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานและปรับตัวขึ้นได้เพียงเล็กน้อยจากการอ่อนมูลค่าลงของดอลลาร์ยอดผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศเยอรมัน อิตาลีและสเปนเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอิตาลีที่ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงที่สุดภายในวันเดียวนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แม้ว่าอัตราผู้เสียชีวิตจะยังอยู่ในระดับต่ำแต่ก็มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ ในบริเวณนั้นอาจจะเริ่มพิจารณามาตรการคุมเข้มบริเวณชายแดน

แนะนำโพสต์

ดอลลาร์อ่อนค่าลง นักลงทุนชะลอดูท่าทีของประธานเฟด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนาย เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)